ระยะเวลาเปิด Pre-order ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. - 4 ต.ค. 2569
เงื่อนไขพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ Pre-order จะได้รับที่คั่นหนังสือ 2 แบบ
รอบจัดส่งหนังสือวันที่ 7 ต.ค. 2569
----------------------------
“เด็กน้อยเอ๋ย พวกเธอควรจะเรียนรู้ไว้นะ
ปีศาจน่ะไว้ใจไม่ได้หรอก”
----------------------------
คำโปรย :
มีเมืองเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้หมอกจาง ถนนชื้นแฉะ และใบไม้ร่วง ‘เรดโอ๊ก’ คือชื่อของนรกบนดินสำหรับใครหลายคน แต่ไม่ใช่กับ ‘ธีโอ’ ผู้เดินทางมาที่นี่ด้วยความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาทำงานเป็นผู้ดูแลสุสานอยู่ที่โบสถ์ประจำเมือง โดยมีความสามารถพิเศษคือการพูดคุยกับวิญญาณ ที่นั่น เขาได้พบกับหลุมศพปริศนา ไม่มีวิญญาณ ไม่มีแม้แต่ชื่อบนป้าย ไม่มีใครรู้ว่าลึกลงไปหกฟุตข้างล่างนั้นมีใครนอนอยู่ ขณะเดียวกัน ผู้คนในเมืองก็เริ่มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาและเพื่อนๆ ต้องแข่งกับเวลา เพื่อตามหา ‘ตัวตน’ ของมันให้พบ ก่อนที่ทั้งเมืองจะถูกย้อมไปด้วยสีแดง
Trigger Warning : Blood (มีการบรรยายถึงเลือด), Death (ความตาย), Femicide (การสังหารผู้หญิงด้วยอคติทางเพศ), Homicide (การฆาตกรรม), Mental and Physical Abuse (การทำร้ายร่างกายและจิตใจ), Massacre (การสังหารหมู่), Suicide (การฆ่าตัวตาย)
บางส่วนจากในเล่ม
ทั้งหมดคือหลักฐานแห่งการมีชีวิตของแคโรไลน์ เขามองไปที่เตียงและพยายามจินตนาการภาพตัวเองในวัยเด็กที่นอนบนเตียงหลังนี้กับแม่ เธอจะนอนท่าไหน จะหันหน้าเข้าหาเขาไหม จะกอดเขาหรือเปล่า จะร้องเพลงอะไรกล่อมเขา เสียงของแม่เป็นยังไง
เสียงของแม่เป็นยังไง
ธีโอรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในลำคอตอนที่รู้ตัวว่าเขานึกเสียงของแม่ไม่ออกแล้ว
—-----
“จะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย การอยู่ในเมืองเรดโอ๊กน่ะ เธอไม่ควรรู้มากเกินไป”
ธีโอพยักหน้าให้อีกฝ่าย แต่เขาไม่ได้เชื่อฟังหรอก
—-----
โจนาธาน ฮาร์เกอร์ นอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง เขาตื่นมานานแล้ว ตื่นมานานก่อนไฟจากเตาผิงจะดับลงเพราะฝนตก ตื่นมานานก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า ตื่นมานานก่อนฤดูใบไม้ร่วงจะมาเยือน ตื่นมานานก่อนที่นักบินอวกาศจะเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ตื่นมานานเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะจินตนาการได้
—-----
เด็กหนุ่มผมแดงเอนกายพิงพนักม้านั่งแล้วเงยหน้าขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบน วันนี้มีเมฆครึ้ม อีกเดี๋ยวฝนคงจะตก
ไม่เข้าใจเลย ธีโอคิดขณะนึกถึงสีหน้าของออสติน
ตอนนั้นเองที่หยาดฝนตกลงมาใส่แก้ม หยดน้ำไหลลงตามกรอบใบหน้าจนดูคล้ายน้ำตา
ไม่เข้าใจเลย
“ออสติน บลัด... ทำไมนายถึงทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ตลอดเวลาที่มองฉันอย่างนั้นล่ะ”
—-----
“เด็กน้อยเอ๋ย พวกเธอควรจะเรียนรู้ไว้นะ” อลาสแตร์เอามือทั้งสองไพล่หลัง ดวงตาสีฟ้าคู่สวยดูเยือกเย็นขึ้นมาในทันใด “ปีศาจน่ะไว้ใจไม่ได้หรอก”
—-----
“เราจะปล่อยให้ทุกคนตายไม่ได้สิครับ!” ธีโอร้องท้วง “มัน... มันไม่ถูกต้อง พวกคุณกำลังมองข้ามชีวิตคนหลายพันนะ”
“ก็แค่ไม่กี่พัน ทีพวกมนุษย์ยังลดจำนวนกันเองตั้งมากมาย ทั้งสังหารหมู่ ล่าแม่มด ก่อสงคราม ล่าอาณานิคม ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยรวมแล้วปีศาจยังทำลายพวกเจ้าไม่ได้ครึ่งที่พวกเจ้าทำลายกันเองเลย”
—-----
มือของออสตินและธีโอแตะกันอยู่ใต้ขนสีดำ ดวงตาสีถ่านลอบมองรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าแต้มกระของอีกฝ่าย ก่อนจะฝังใบหน้าของตัวเองลงไปในเส้นขนจนมิดเมื่อดวงตาสีเฮเซลเลื่อนมาสบ
โดโรธีทำเพียงหัวเราะในลำคอเมื่อร่างกายที่แนบชิดสัมผัสได้ถึงจังหวะของหัวใจที่เต้นแรงขึ้น
—-----
เธอคิดเสมอว่าคนโบราณเป็นพวกเพ้อเจ้อ เพ้อเจ้อมากพอที่จะมองเห็นจุดไร้รูปแบบนับล้านเป็นรูปอะไรสักอย่างแล้วตั้งชื่อให้พวกมันพร้อมกับเล่าตำนานเป็นตุเป็นตะ เด็กสาวลากนิ้วชี้จากเข็มขัดนายพรานสู่ดาวส่องประกายอีกดวงซึ่งอยู่ไกลออกไปทางซ้ายมือจนเกือบตกขอบฟ้า นั่นคือซิริอุสที่มักหาเจอได้อย่างง่ายดาย จูดิธลดนิ้วลงพลางคิดอยากให้ดวงดาวบอกเธอบ้างว่าควรไปทางไหนถึงจะเจอแสงสว่างของตัวเอง
—-----
“เชื่อเถอะว่าโลกนี้ยังมีอะไรให้กลัวมากกว่าผี”
—-----
“นี่ เซลดา”
“หืม ว่าไง”
“เจ้าเป็นคนสวยในสายตาของข้าเสมอ และข้าไม่เคยคิดว่านั่นเป็นเพราะปีศาจนะ”
หญิงสาวเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงใส “เจ้าก็ไม่ได้โง่ซะทีเดียว”